“ฟลอเรนติโน่ เปเรซ” เจ้าโครงการโลกลูกหนัง

ข่าวบอล , , 0 Comments

ถือเป็นประเด็นดราม่าในโลกลูกหนัง

ถือเป็นประเด็นดราม่าในโลกลูกหนัง เมื่อฟลอเรนติโนเปเรซ (ฟลอเรนติโนเปเรซ) ประธานซอมซันเรอัลมาดริดเสนอแนวคิดในการจัดตั้ง “ซูเปอร์ลีกยุโรป” ลีกจะเลือกเฉพาะทีมชั้นนำของยุโรปเข้าร่วมแข่งขันเท่านั้น หลายทีมทนเสียงคัดค้านของแฟนบอล

ไม่ไหวจนต้องถอนตัวในที่สุด อย่างไรก็ตามฟลอเรนติโนเปเรซเป็นชื่อที่ผู้คนมักกล่าวถึงเสมอจำไว้ว่าเขาคนนี้มีความกล้าที่จะทำและนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่หลายคนไม่เคยคิด เมื่อเร็ว ๆ

นี้มีการผลิตละครในโครงการเครื่องหมายการค้าของเขา นั่นก็คือ “Galaticos” เมื่อเร็ว ๆ นี้เราได้กลับมาเยี่ยมชมการเดินทางของเปเรซในเรอัลมาดริดจนกระทั่งสโมสรเติบโตขึ้นและกลายเป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายในการบริหารและการเข้าซื้อกิจการ

ถือเป็นประเด็นดราม่าในโลกลูกหนัง

หากเอ่ยถึงชื่อ “เรอัล มาดริด“ นี่คือสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากสุดบนแผ่นดินยุโรป นอกจากการคว้าแชมป์ยุโรป มากกว่าใครที่จำนวน 13 สมัยแล้ว พวกเขายังครองสถิติคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน มากที่สุดเช่นเดียวกันที่จำนวน 34 สมัย สถิติเหล่านี้ถือว่ายากต่อการทำลายอย่างแน่นอน 

แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ดำเนินมาพร้อมกับนโยบายการซื้อตัวผู้เล่น เรอัล มาดริด ระดมทุนซื้อตัวดาวดังมาร่วมทีมอย่างมากมาย จนเกิดเป็นค่านิยมที่ว่า หากอยากจะเป็นนักเตะระดับโลก ต้องผ่านการเล่น และพิสูจน์ตัวเองกับทีมเรอัล มาดริด จึงไม่น่าแปลกใจว่า นี่คือจุดหมายปลายทาง และความฝันสูงสุดของผู้เล่นหลายคน 

โดยหนึ่งในโครงการที่สร้างชื่อให้กับทางเรอัล มาดริด จนกลายเป็นมหาอำนาจในการซื้อตัว นั่นก็คือ “กาลาติกอส” มีรากศัพท์มาจากภาษาสแปนิช แปลความเป็นไทยว่า “ดาราจักร” เป็นการเปรียบเปรยที่ว่า เรอัล มาดริด พร้อมที่จะรวมดาวระดับโลก ชนิดที่ใครยากจะทำได้ 

เรื่องราวต้องย้อนกลับไปช่วงปี 1995 ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ก้าวขึ้นมาสมัครตำแหน่งประธานสโมสรเรอัล มาดริด อย่างไรก็ตาม นโยบายการบริหารของเขานั้น ไม่สอดคล้องกับแผนการของทางสโมสร ส่งผลให้เขาพ่ายการเลือกตั้งครั้งนั้นอย่างน่าเสียดาย แต่มันก็คือบทเรียน ทำให้เขากลับมาอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง 

กระทั่งช่วงปี 2000 เปเรซ กลับมายื่นใบสมัครเป็นประธานสโมสร “ราชันชุดขาว” อีกรอบ คราวนี้เขาประสบความสำเร็จ และได้รับเลือก เป็นการเอาชนะประธานสโมสรคนเก่าอย่าง “โลเรนโซ่ ซานซ์” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายของเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยการเตรียมกว้านซื้อสตาร์มาอัดแน่นเต็มทีม ภายใต้โปรเจ็กท์อย่าง “กาลาติกอส

หนึ่งในการหาเสียง ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกลูกหนัง เปเรซ ประกาศอย่างชัดเจนว่า หากเขาสามารถก้าวมาเป็นประธานสโมสรเรอัล มาดริด เขาจะกระชากตัวหลุยส์ ฟิโก้ ดาวเตะคนสำคัญของทางบาร์เซโลน่า มาร่วมทีม ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เปเรซ น่าจะเสียสติไปแล้ว นั่นเพราะฟิโก้ ถือว่าเป็นนักเตะของศัตรูตลอดกาลที่บาร์ซ่า หวงแหนเป็นอย่างมาก

ถือเป็นประเด็นดราม่าในโลกลูกหนัง

แต่แล้ว เปเรซ สามารถทำได้ตามที่ตัวเองประกาศเอาไว้ ด้วยการทุ่มเงินเป็นสถิติโลก  เวลานั้น ที่ประมาณ 62 ล้านยูโร พร้อมกับคว้าตัวฟิโก้ ร่วมทีมเป็นผลสำเร็จ ท่ามกลางความเดือดดาลของเหล่าแฟนบอล “เจ้าบุญทุ่ม” ที่เสียแข้งสำคัญไป นี่คือจุดเริ่มต้นโครงการ “กาลาติกอส” อย่างเป็นทางการ 

ซึ่งตามสถิติบ่งบอกว่า เปเรซ ดำเนินนโยบาย “กาลาติกอส” ด้วยการคว้าดารามาเสริมทีมในทุกฤดูกาล จึงไม่น่าแปลกใจว่า ถัดมาในปีเดียว ในช่วงปี 2001 เปเรซ ระเบิดคลังเป็นสถิติโลกอีกหนึ่งครั้ง ด้วยการดึงตัว “ซีเนอดีน ซีดาน” มาจากยูเวนตุส ในสนนราคาราว 77 ล้านยูโร 

ตามมาด้วยปี 2002 กับการดีงโรนัลโด้ “R9” มาจากอินเตอร์ มิลาน ในราคา 46 ล้านยูโร ตามมาด้วย เดวิด เบ็คแฮม จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2003 ด้วยค่าตัว 37 ล้านยูโร ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า เรอัล มาดริด เป็นทีมแห่งดวงดาว ตามที่เปเรซ ประกาศเอาไว้อย่างแท้จริง 

เปเรซ ออกมากล่าวว่า เรอัล มาดริด คือสโมสรที่ต้องเดินหน้าด้วยภาพลักษณ์ ควบคู่ไปกับการแข่งขันในสนาม ซึ่งการที่บรรดาซูเปอร์สตาร์หลายคนมารวมตัวกัน ทำให้การตลาดของสโมสรดีขึ้นมาก ยอดการจำหน่ายเสื้อของที่ระลึก และแบรนด์ต่างๆที่เข้ามาสนับสนุน โดยส่งผลให้พลพรรค “ราชันชุดขาว” มีฐานการตลาดที่แข็งแกร่งเอามากๆ 

องค์ประกอบของ “กาลาติกอส” ทำให้เรอัล มาดริด มีฐานแฟนบอลทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น หลายคนอยากเข้ามาเชียร์ทีมที่เหมือนกับทีมในฝันทีมนี้ แน่นอนว่า มันต่อยอดเรื่องของอำนาจในการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นด้วย ประหนึ่งว่า เรอัล มาดริด อยากได้ใครมาร่วมทีม ย่อมมีความเป็นไปได้สูง

อย่างไรก็ตาม วาระการดำรงตำแหน่งประธานสโมสรเรอัล มาดริด ในช่วงแรกของทางเปเรซ นั้น (ช่วงปี 2000-06) ทีมกลับประสบความสำเร็จเพียงแค่การคว้าแชมป์ลาลีกา 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ครั้งเท่านั้น จนแฟนบอลหลายคนมองว่า ทีมเน้นเรื่องของการตลาดมากเกินไป และไม่สนผลงานเท่าที่ควร 

สอดคลัองกับ “โรแบร์โต้ คาร์ลอส” อดีตแบ็คซ้ายของทีม ที่ออกมาบอกว่า “กาลาติกอส” เหมือนกับดาบสองคมเหมือนกัน โดยแง่ดี นี่คือการรวมนักเตะฝีเท้าดีเอาไว้ด้วยกัน เหมือนการเล่นวิดีโอเกม ที่หลายคนวาดฝันอยากมีทีมที่ดีที่สุดในโลก นี่คือภาพสะท้อนความจริงของ “กาลาติกอส 

ส่วนอีกแง่หนึ่ง คาร์ลอส บอกว่า การที่เหล่าซูเปอร์สตาร์อัดแน่นจนล้นเกินไป เหมือนเป็นการรวมหลายคนมีอีโก้เข้าไว้ด้วยกัน แต่ละคนอยากใช้ชีวิตตามแบบฉบับของตัวเอง นี่คือผลกระทบที่สโมสรต้องเผชิญหน้า และรับมือ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจเหมือนกันหมด

คาร์ลอส กล่าวเพิ่มเติมว่า นักเตะในทีม “กาลาติกอส” คอยกำหนดความเป็นไป และกิจวัตรของสโมสร แทนที่จะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีม ใครอยากกินอะไรกิน ใครอยากไปไหนไป ส่งผลให้กุนซือหลายคน ประสบปัญหาในการเข้าควบคุมนักเตะเหล่านี้ และผลสุดท้าย กุนซือหลายคนก็ต้องถูกบีบออกจากสโมสรไป 

มิถุนายน 2009 เปเรซ เข้ารับตำแหน่งประธานสโมสรเรอัล มาดริด เป็นสมัยที่ 2 จวบจนถึงปัจจุบัน เขาสร้าง “กาลาติกอส” รุ่นที่สองขึ้นมา นอกจากการระเบิดคลังเป็นสถิติโลกกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับแกเร็ธ เบล แล้ว เขายังดึงนักเตะชื่อก้องโลกอย่างกาก้าคาริม เบนเซม่าชาบี อลอนโซ่เมซุต โอซิลอังเคล ดิ มาเรียลูก้า โมดริชโทนี่ โครส และฮาเมส ฯลฯ

คราวนี้ ทีมกลับมาประสบความสำเร็จพอสมควร แม้จะสามารถคว้าแชมป์ลีก เพียงแค่ 2 สมัย แต่พวกเขากลับได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากถึง 4 หน … ต่อจากนี้ เราต้องมารอลุ้นกันว่า เปเรซ จะริเริ่มโครงการลูกหนังอะไร เพื่อมาสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลอย่างเราอีก  แทงบอลออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *