หลักการออกแบบบ้านที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจสร้าง

สถาปนิก , , 0 Comments

หลักการออกแบบ

หลักการออกแบบ

หลักการออกแบบ ที่อยู่อาศัยก่อนสร้างบ้านแต่ละหลังไม่เพียง แต่ที่ดินเท่านั้นที่สำคัญมาก จ้างผู้รับเหมาสร้างบ้าน แต่ก่อนจะเริ่มก่อสร้างจำเป็นต้องมีการออกแบบบ้านที่ดีและรอบคอบ การเลือกซื้อบ้านให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับเจ้าของบ้านคือการคำนวณวัสดุที่จะใช้ในการก่อสร้างทั้งในด้านงบประมาณ ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการก่อสร้างแต่ละขั้นตอนคือไปจนถึงเจ้าของบ้านแต่ละหลังเพื่อให้ได้รูปแบบบ้านที่ชอบและตรงตามรสนิยมส่วนการออกแบบบ้านนั้นหากเจ้าของบ้านไม่ต้องการโครงสร้างบ้านที่ซับซ้อนมากนัก สามารถออกแบบบ้านได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามหากเป็นบ้านที่ซับซ้อนหรือมีงานระบบจำนวนมากควรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือสถาปนิกมาออกแบบเพื่อดูแลรักษา มีเพียงเจ้าของบ้านเท่านั้นที่บอกเขาว่าต้องการซื้อบ้านสถาปนิกจะดำเนินการตามหลักการที่ใช้ในการออกแบบบ้านและต้องคำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้

1.หลักการออกแบบบ้านกำหนดสไตล์

จุดเริ่มต้นของการออกแบบบ้านในการเลือกแบบบ้านคือการกำหนดพื้นที่เป้าหมายและทำความฝันให้ชัดเจนขึ้น โดยการดูแบบบ้านในเว็บไซต์ต่างๆหรือเวลาและสถานที่ที่คุณต้องการถ่ายภาพเก็บไว้เผื่อว่าคุณจะสามารถเลือกและใช้เป็นแนวทางในการออกแบบหรือลองนำไปใช้กับบ้านในฝันของคุณก็ได้ บ้านมีหลายแบบให้เลือกเช่นสไตล์ไทยย้อนยุคสไตล์ลอฟท์สไตล์มินิมอลสไตล์ทรอปิคอล ทีละเล็กละน้อยเพื่อให้กลายเป็นสไตล์ในแบบของคุณอย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้มาซึ่งการออกแบบสไตล์ที่ชื่นชอบคุณต้องคำนึงถึงสถานที่ตั้ง พิจารณาชุมชนรอบข้างที่รวมอยู่ด้วย


2.หลักการออกแบบกำหนดขนาด

โดยกำหนดว่าต้องการความกว้างและความยาวกี่เมตรสำหรับพื้นที่ว่างในแต่ละห้อง? การกำหนดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องจะช่วยวิเคราะห์พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด การวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ทราบว่าควรสร้างกี่ชั้น หากมีที่ดินที่จะสร้างต้องออกแบบโดยอิงจากที่ดินที่มีอยู่ แต่หากว่าคุณยังไม่ได้ซื้อที่ดิน การกำหนดขอบเขตเรื่องพื้นที่ใช้สอย จะช่วยทำให้คุณหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ แถมยังสามารถนำไปใช้อ้างอิงกับการประมาณงบประมาณในการก่อสร้างได้ด้วย


3.ออกแบบโดยกำหนดตำแหน่ง และทิศทางลม

การออกแบบบ้านที่ดีนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็คือการออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงควรนึกถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม ตามหลักธรรมชาติแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก และใต้ ฉะนั้นห้องที่ต้องการแสงมากหรือห้องที่ต้องการกำจัดความชื้นจึงควรออกแบบให้หันไปทางทิศนั้น เช่น ห้องน้ำ, ห้องครัว, ห้องซักล้าง เป็นต้น ส่วนห้องที่ต้องการปริมาณแสงที่เพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องทำงาน, ห้องดูหนัง เพราะห้องเหล่านี้ถ้ามีแสงเข้ามาเกินไปก็จะทำให้ห้องร้อนได้เช่นกัน ข้อดีของการออกแบบด้วยหลักการนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะถ้าบ้านมีแสงส่องสว่างเข้ามาเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในช่วงเวลากลางวัน


4.การวางตำแหน่งของเครื่องปรับอากาศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าด้วยสภาพภูมิอากาศประเทศเราเป็นเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้อยู่อาศัยต้องการความเย็นสบายเวลานอน การออกแบบห้องนอนจึงต้องคำนึงถึงมุมที่สามารถวางเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งจุดตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่ดูดความร้อนกลับเข้ามา หรือจะติดฉนวนกันความร้อนเพิ่มเข้าไป ก็ช่วยให้ห้องมีความเย็นสบายมากยิ่งขึ้น


5.ออกแบบเพื่อป้องกันเสียง

ในที่นี้หมายถึงทั้งเสียงรบกวนจากภายในบ้านและภายนอกบ้าน เช่น จากถนนหน้าบ้าน, เสียงจากข้างบ้าน ดังนั้นจึงควรออกแบบป้องกันเสียงจากที่ต่างๆ เช่น การออกแบบให้หน้าต่างกันเสียงได้ , การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน, การติดตั้งฉนวนกันเสียง, การทำกำแพงสองชั้น หรือการใช้ประตูทึบ เป็นต้น


6.ออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงอนาคต

ในการออกแบบ้านต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ และมองการณ์ไกลไปถึงอนาคต เพราะนอกจากจะคิดถึงเรื่องความสะดวกสบายของทุกคนภายในบ้านแล้ว ยังต้องคิดเผื่อว่าหากสมาชิกในครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ควรจะเลือกสร้างห้องหรือใช้โครงสร้างบ้านที่ดูแล้วปลอดภัย หลีกเลี่ยงการมีพื้นต่างระดับเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และควรเพิ่มห้องนอนชั้นล่างเพื่อความสะดวกของคนในครอบครัว และอย่าลืมเผื่อโครงสร้างกรณีที่อาจจะต้องมีการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หากต้องมีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม สถาปนิก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *