6 Underground โทนี่ สตาร์ก ที่ฮาแบบเดดพูล แต่บู๊แบบไมเคิล เบย์

6 Underground 0 Comments
6 Underground โทนี่ สตาร์ก
6 Underground โทนี่ สตาร์ก

6 Underground โทนี่ สตาร์ก ที่ฮาแบบเดดพูล แต่บู๊แบบไมเคิล เบย์ หนังแอ็คชั่นเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวขึ้นมาเพื่อต่อกรกับนายพลโรวัค

1 มหาเศรษฐี 2 สายลับ 3 มือปืน 4 โจรลอยฟ้า 5 หมอ 6 นักขับ 7 พลแม่นปืน — หมายเลขมี 7 แต่กลุ่มนี้มีแค่ 6

ความกวนทีนของหนังยังเป็นอะไรที่ต้องขอชื่นชมแบบลงรายละเอียดเลยทีเดียว มันกวนมาตั้งแต่คอนเซปต์ของเรื่อง เราอาจชินกับหนังบู๊ระดับตำนานที่มักว่าด้วยฝั่งพระเอก 7 คนที่มักต้องเข้าไปช่วยเหลือหมู่บ้านหนึ่งที่ห่างไกลจากการคุกคามโดยคนชั่วที่มีอำนาจหรืออาวุธ ไม่ว่าจะ Seven Samurai (1954) หรือ The Magnificent Seven (1960) หรือหนังไทยอย่าง 7 ประจัญบาน เองก็ตาม แต่กับ 6 Underground มันไปเหนือกว่าด้วยการคารวะหนังชั้นครูเหล่านั้นด้วยการมีสมาชิกหมายเลข 7 แต่มีกันแค่ 6 คน และไม่ใช่แค่จำนวนน้อยกว่า ภารกิจของพวกเขาก็ทะเยอทะยานไปหนักมากกว่าเพราะไม่ใช่การช่วยหมู่บ้านยากจนเท่านั้น แต่พวกเขาต้องปลดปล่อยประเทศเทอร์กิสถานจากการปกครองของเผด็จการนายพลโรวัค ศัตรูที่มีความฉลาด ไม่ไว้ใจใคร โหดเหี้ยมและมีชั้นเชิง รวมถึงอุดมการณ์หนุนจิตด้านชั่วที่พอดิบพอดี (ฉากถกประเด็นจากละครเวทีของเชกสเปียร์กับพระเอกสร้างมิติตัวละครขึ้นมาเลย) สำหรับคนดูมันก็เว่อมั้ยล่ะการปลดปล่อยประเทศด้วยคนเพียง 6 คน แต่ตารีสกับเวอร์นิกก็ทำบทที่เราเออออไปด้วยได้ตลอดเรื่อง ต้องยอมรับเลยว่าหนังรอดส่วนหนึ่งเพราะบทจริง ๆ

บทยังช่วยให้บทสนทนาไม่แห้งแล้งด้วย เพราะมันมาทั้งมุกคำพูดหนัง มุกคำพูดจากเนื้อเพลง และยังเอากิมมิกจากพอปมีเดียต่าง ๆ มาเล่นอย่างมันมือ ไม่ว่าจะเสียงทดสอบระบบ THX ที่เราคุ้นชินกลับเป็นอาวุธทรงพลัง เสียงซาวด์เอฟเฟกต์รถที่ชนพลิกแบบสโลว์แต่ใส่เสียงจากหนัง Transformers มา ตลอดจนมุกตลกร้ายที่ถนัดกันทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะมือเขียนบท หรือการด้นสดจากไรอัน เรย์โนลด์เองก็ตาม สนุกมาก ถ้าเนิร์ดหนังเนิร์ดเพลงด้วยยิ่งสนุก ฉากแนะนำตัวละครหมายเลข 4 ต้องบอกว่าครีเอตฉากล้อหนังเรื่องหนึ่งที่เรารู้จักดีได้โหดมาก (ไปดูเองนะ) เอาเป็นว่าในแง่กิมมิกทั้งหลายนี่ประทับใจอย่างแรง

การสร้างตัวละครที่เป็นอีกหัวใจของหนัง

หนังเหมือนจะอ่อนเรื่องการสร้างตัวละครให้เรารักนะ ยืนยันว่ากว่าครึ่งเรื่องมายังไม่ค่อยอินตัวไหนเป็นพิเศษ แม้แต่ตัวละครหมายเลข 7 ที่เข้ามาหลังสุดและเหมือนตัวแทนผู้ชมในการเข้ามารู้จักทีมผีนี้ หนังก็ไม่ได้ให้เราอินมากนัก แต่พอผ่านภารกิจสัก 2-3 ฉากใหญ่ หนังอยู่ดี ๆ โจมตีหัวใจเราไปตอนไหนไม่รู้ สารภาพเลยว่าฉากฮ่องกงที่เป็นฉากใหญ่ฉากหนึ่งเนี่ย ขโมยหัวใจเราไปแจกให้แต่ละตัวละครเลย โดยเฉพาะหมายเลข 4 โจรที่เป็นฟรีรันนิ่งเนี่ย น้องแกคือ สไปเดอร์แมน ของโทนี่ คือ โรบิน ของแบทแมน เลยทีเดียว ทำเราเอาใจช่วยได้ตลอดเลยหลังจากนั้นมา และจะว่าไปคนเขียนบทก็จงใจให้บทหมายเลข 1 ของเรย์โนลด์ เป็นส่วนผสมของ โทนี่ สตาร์ก และ บรูซ เวย์น อยู่เหมือนกันนะ แต่ถ้ามองโลกความจริงก็ต้องว่ามันมีความ อีลอน มัสก์  อยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน (ดูสิล้อไปยันการจัดสร้างตัวละครได้อ่ะ)

อัดเต็มด้วยฉากความรุนแรงเกินเรตสตรีมมิ่ง อินสะใจกับการฆ่าเผด็จการ

หนังสตรีมมิงส่วนใหญ่ ว่ากันตรง ๆ มักพยายามไม่ให้รุนแรงเกินจำเป็นเพราะฐานครอบครัวที่ดูหนังในบ้านนั้นมักมีเด็ก ๆ อยู่ด้วย ยิ่งหนังที่ไม่ได้ดูเป็นผู้ใหญ่ ๆ จัดที่ต้องตีความ ถอดสัญญะมากมายอย่างเรื่องนี้ด้วยแล้ว แต่กระนั้นเน็กฟลิกซ์ก็ตามใจให้ไมเคิล เบย์ และทีมงานทำอะไรก็ได้สุดฝีมือไปเลย มันจึงมาทั้งคำสบถหยาบ และภาพรุนแรงต่อจิตใจทั้งอวัยวะขาดกระเด็น พวงลูกตาที่ถือห้อยไปมาอยู่นาน ฉากตายที่โหดเข้าไส้ ฉากโยนคนลงตึก ฉากขับรถชนทับคนข้างถนนระเนระนาดแบบเน้น ๆ ที่ว่ามานี้ถ้าถอดความบันเทิงหรือความตลกร้ายที่เคลือบไว้ออกหนังมันมีความรุนแรงสูงมากเลยทีเดียว มองในแง่คนโต ๆ คือโคตรสะใจ ถึงลึก ๆ เราจะรู้ว่าปัญหามันไม่ควรแก้ด้วยความรุนแรง แต่การได้เห็นหัวหน้าเผด็จการในเรื่องโดนอะไรหนัก ๆ ตายโหด ๆ มันก็สะใจความรู้สึกเราเหมือนกันนะ ก็เลยมองว่าหนังทำมาป้อนผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก แต่ถ้าเด็กบังเอิญมาดูก็ขอแค่มีผู้ปกครองแนะนำข้าง ๆ ด้วยนั่นล่ะดีที่สุด 6 Underground

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *